ต้องย้อนกลับไปหลายสิบปีเลยสมัยจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ อยากทำงานเกี่ยวกับหนังสือลองสมัครตามสำนักพิมพ์ต่างๆ ขนาดสมัครเป็นตำแหน่งพิสูจน์อักษรยังไม่มีที่ไหนรับเลย ประกอบกับทางบ้านมีปัญหาหลายอย่างจะมารอทำแต่หนังสือ สำนักพิมพ์ก็คงไม่ได้ก็เลยต้องไปทำอย่างอื่นตามเรื่องตามราวของชีวิต แต่ตอนนั้นทำไมถึงไม่ทำงานเขียน บอกตรงไม่เคยจับปากกาแต่งหรือเขียนอะไรสักอย่าง เหมือนจับต้นชนปลายไม่ถูกไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ไม่เคยเขียนงานส่งอะไรที่ไหน ประกอบกับยังจบใหม่ๆเหมือนมันยังงงๆ เบลอๆ หาตัวเองแบบตัวตนจริงๆ ตัวตนจริงแท้ไม่เจอ อะไรเทือกนั้นแหละ ไอ้ที่คิดว่าอยากจะทำมันจะใช่หรือไม่ใช่นะก็ยังไม่รู้ ไม่แน่ใจในความรู้สึก ไม่ได้อยากแต่งนิยายขาย ไอ้จะเขียนสารคดีวิชาการภูมิก็ไม่ได้แน่นขนาดนั้น จะเล่าประสบการณ์ชีวิตนั่นโน่นนี่ก็ไม่ได้ มีประสบการณ์ขนาดนั้นในวัยนั้นนะ ตอนจบมหาลัยยังไม่มีอินเตอร์เน็ตเลย ไม่มีอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เลย จบมาแล้วประมาณ 2 ปีนะแหละถึงพอจะได้ยินกับหูเรื่องอินเตอร์เน็ตบ้าง สำคัญที่สุดธนาคารกำลังจะยึดบ้านที่พ่อกับแม่อยู่ โทรทวงทุก 1-3 วัน ร้อนใจและทุกข์ใจเรื่องนี้มาก คิดว่างานหนังสือหรืองานเขียนมันน่าจะเคลียร์ได้ลำบาก สมัยนั้นมันไม่ได้มีองค์กรหน่วยงานมากมายให้ปรึกษา ไม่ได้มี Money Coach ช่วยชี้แนะ เหมือนอย่างทุกวันนี้ อารมณ์ความรู้สึกมันประมาณมืดแปดด้านไปหมด ต้องหาอะไรทำไปก่อนเพื่อจ่ายดอกเบี้ยธนาคารก็ยังดีเพราะพ่อกับแม่เขาจำนองบ้านกับธนาคารไว้ ประจวบเหมาะกับต้มยำกุ้งพอดีเลยตอนจบมหาลัยใหม่งานหายากโคตร ก็ต้องไปทำงานฐานเงินเดือนต่ำกว่าวุฒิที่ควรจะเป็น ตอนนั้นก็ไปทำอย่างอื่นไม่ได้คิดเรื่องงานเกี่ยวกับหนังสือแต่อย่างใด แต่ก็ได้ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติบ่อยๆ(ชอบ) ทำให้เยียวยาจิตวิญญาณที่มันบกพร่องไปได้บ้าง ส่วนตัวก็เป็นคนชอบอ่านหนังสือนะ แต่ยังไม่ได้นึกถึงเรื่องงานเขียนแต่อย่างใด เดิมก็อยู่กรุงเทพขายอาหารและเครื่องดื่ม แต่มีเหตุให้ย้ายมาไทรน้อย นนทบุรี ทำเลที่อยู่ขายไม่ดีเลยมีเวลาว่างเยอะ เลยคิดถึงสิ่งที่อยากทำหลายๆอย่างสมัยก่อนแล้วไม่ได้ทำ เลยลองรื้อมาทำดู หนึ่งในนั้นคือเกี่ยวกับหนังสือแต่ยุคสมัยนี้กระดาษดูเหมือนไม่เข้ากับยุคสมัยเท่าไหร่ ประกอบกับหัดเรียนทำ Website ด้วยตัวเองจาก WordPress เลยอยากลองดูสักหน่อย(ขอบคุณช่อง Youtube พลากรสอนสร้างเว็บ https://palamike.com) แต่เป็นตัวหนังสือแบบออนไลน์ไม่ได้เป็นเล่ม น่าจะเป็นอะไรที่เข้ากับยุคสมัยมากกว่า ส่วน Vlog นั้น ผมเป็นคนหน้าไม่ขึ้นกล้อง อีกอย่างเขาก็คงอยากดูเด็กๆหนุ่มสาวๆมากกว่า Youtuber ไม่ได้เป็น Passion ของผม
เหตุที่ชื่อ Omakase Writting ก็คิดว่าชื่อฟังดูเข้าท่าที่สุดแล้ว ชื่อธรรมดาดูไม่น่าสนใจ ก็เชฟเขายังปรุงอาหารตามเขาชอบเลย ผมก็พิมพ์ตามที่ผมอยากพิมพ์บ้างสิ ส่วนจะแปลก็ประมาณ “พิมพ์ตามใจชอบ“ “พิมพ์ตามใจปราถนา“ “พิมพ์แบบที่อยากพิมพ์“ “จะพิมพ์แบบนี้มีไรป่าว“ “จะพิมพ์แบบนี้ใครจะทำไม“ “กูจะพิมพ์ตามใจกู(เว้ย)” ความหมายก็ประมาณพิมพ์ในสิ่งที่อยากพิมพ์นะแหละ หลายๆโพสต์ที่จะพิมพ์ ไม่ต้องเชื่อตามสิ่งที่พิมพ์นะ โปรดใช้วิจารณญาณหลายๆรอบ โปรดเช็คข้อมูลหลายๆที่เพื่อมาเปรียบเทียบหักล้าง แค่บางที่มีความคิดอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนคนอื่น เป็นความคิดของคนแค่คนเดียว จึงไม่ได้ถูกต้องเสมอไป แค่บางที่รู้สึกน่าเบื่อที่เรื่องบางเรื่องก็น่าจะมีมุมมองในวิธีคิดแบบอื่นบ้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นไปในทิศทางนั้นเสมอไป ส่วนทิศทางของโพสต์ ไม่มีเรื่องไปในทิศใดทิศหนึ่ง ทางใดทางหนึ่ง หรือแบบไหนแบบหนึ่งแบบตายตัว ไม่จำกัดทิศทางเรื่องที่จะโพสต์