โดยส่วนตัวเชื่อตัวมนุษย์มีจิตวิญญาณ แกนกลางหรืออะไรซักอย่างทำนองนี้อยู่ภายในลึกๆที่จะพัฒนาและก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ถ้าสิ่งที่คนนั้นคิดขึ้น 1).ขาดเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยพอจะทำให้เป็นจริง 2).องค์ความรู้หรือความรู้ที่มียังไม่ถึงหรือก้าวหน้าพอที่จะทำให้มันเป็นจริง 3).ความก้าวหน้าทางวิทยาการที่จะทำให้ไปถึงจุดหรือสิ่งนั้นได้ ก็น่าจะเรียกสิ่งนั้นว่า”จินตนาการ” แต่มันน่าจะเป็นอะไรบางอย่างข้างในแกนกลางลึกๆของมนุษย์ที่รู้ว่าทำให้เกิดขึ้นได้จึงทำให้คิดจินตนาการออกมาได้ จึงเป็นการคัดกรองและคิดทบทวนให้รอบคอบก่อนจะหาทางทำให้มันออกมา ถ้ามันคิดแล้วทำได้ทันที เกิดเป็นแบบ Resident Evil ยุ่งตายชักเลย แต่ถ้าทั้ง 3 ข้อบรรจบกันเมื่อไหร่ เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย+องค์ความรู้ที่ก้าวหน้าพอ+ความก้าวหน้าทางวิทยาการที่ทำให้ถึงจุดนั้นได้ จินตนาการก็จะถูกทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้
เทคโนโลยี AI และ Quantum นอกจากในแง่มุมที่นำไปพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีสมอง ทำไมเราไม่พัฒนา AI และ Quantm ให้รวมร่างกับมนุษย์ได้บ้างล่ะ โดยสร้างให้ AI & Quantum มีลักษณะทางกายภาพแบบชีวภาพ เช่น เป็นเนื้อเยื่อ ฮอร์โมน หุ่นยนต์จิ๋วระดับนาโนหรือเล็กกว่าเพื่ออยู่ในกระแสเลือดหรือประสาทของมนุษย์ได้ เป็นต้นเพื่อลดการต่อต้านของร่างกายเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ผมหมายถึงการหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับมนุษย์แบบไร้รอยต่อเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้า Quantum computer สามารถแก้โจทย์ที่ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ใช้เวลาถึง 30 ปี(30X365X24 =262,800ชม)ในเวลา 3 ชั่วโมง = 87,600 เท่า มนุษย์ที่ฉลาดที่สุด IQ ประมาณ 250-300++ ตีซะว่า IQ 325 X 87,600 = IQ 28,470,000 แต่ผมว่าร่างกายมนุษยน่าจะมีข้อจำกัดทางกายภาพที่จะไม่น่าสามารถรับได้ขนาดนั้น ถ้าแค่ IQ คนนั้นเพิ่มแค่ระดับ 1,800 หรือ 18,000 ตัวเลขนี้มากจากไหน ผมสมมุติขึ้นนะกรณีเราสามารถเอาเทคโนโลยี Quantum มาเพิ่ม IQ มนุษย์ได้ ด้วย IQ มนุษย์ในปัจจบัน ยังคิดดาวไปดวงจันทร์ ดาวอังคาร ดาวศุกร์ สถานีอวกาศได้ แต่ถ้ามี IQ ระดับ 1,800 ถึง 18,000 มุมมองต่อทุกเรื่องในโลกแตกต่างจากตอนนี้อย่างแน่นอน เชื่อว่าสามารถพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์จนสามารถสร้างจำลองดาวโลกขึ้นมาได้อย่างแน่นอน รวมถึงปรับสภาพให้ดาวอื่นๆมีสภาพที่มนุษย์สามารถไปอยู่จนถึงตั้งถิ่นฐานได้ คราวนี้ได้พวกไม่ถูกกันต่างๆบนโลก ไม่ว่าจะด้วยศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม เผ่าพันธุ์ ประวัติศาสตร์ ทรัพยากร ผลประโยชน์หรืออะไรก็ตาม(แน่นอนมันอาจจะเกลียดกันมากถึงขั้นทำอาวุธมหาประลัยทำลายอีกฝ่ายให้สิ้้นซาก) ผมก็ขอมองอีกมุมก็แล้วกัน จะยิว ฝรั่ง จีน แขก หรือกลุ่มชนเผ่าใดก็ตาม ก็แยกกันเป็นดาวเป็นดวงๆไปเลย ไปพัฒนาอารยธรรมเทคโนโลยีของตนแบบเอาให้เต็มที่ไปเลย ไม่ต้องมานั่งทะเลาะหาจ้าวโลกอะไรทำนองนี้
ถ้าเราประสานร่างกับ AI หรือ Quantum ได้เมื่อลักษณะทางกายภาพของเราแข็งแรงพอ เช่นอายุ 15 หรือ 18 อาจจะโดยฝัง ใส่บางอย่าง หรือใช้ลักษณะแบบถ่ายเทพลังเข้าสู่ตัวเรา หมายความว่าเราจะสามารถมีทางลัดไปถึงสติปัญญาที่เหนือกว่าคนฉลาดที่สุดในโลกในตอนนี้ โดยไม่ต้องมาไปโรงเรียน ค่าโดยสาร ค่าขนม ค่าเทอม คิดดูว่าจะประหยัดเงินไปได้แค่ไหนและลดเวลาในชีวิตได้ขนาดไหน ไม่ต้องมานั่งเรียนพื้นฐานวิชาต่างๆ แต่ข้ามไปแก้โจทย์คณิตศาสตร์ และโจทย์ฟิสิกส์ชั้นสูง รวมถึงโจทย์ระดับโลกที่เขายังแก้กันไม่ได้ของมหาวิทยาลัยระดับโลกโน่นเลยเพื่อจะไปถึงวิทยาการขั้นสูง
คิดธุรกิจอีกนับแสนรูปแบบ คิดค้นวิทยาการอีกมากมายหลากหลายรูปแบบเพิ่มเติมจากตอนนี้ก็ไม่น่าจะยาก ถ้ามี IQ ถึงระดับนั้น
สามารถใช้ AI & Quantum ช่วยเราตรวจเจอคนที่เป็น Down Syndrome , ปัญญาอ่อน หรือโรคต่างๆที่สามารถตรวจได้ทางพันธุกรรม แล้วหาวิธีแก้มันได้ไหมน้าตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ตั้งแต่เริ่มแรก เราน่าจะสามารถใช้ AI & Quantum ช่วยเราแก้ไข ทำ Stem Gene , Stem Chromosome (ศัพท์ทางแพทย์ถ้ามีจริงหรือทำได้น่าจะเรียกอย่างอื่น แต่ใช้คำนี้จะได้ง่ายในการเข้าใจเหมือนคำว่า Stem Cell นั่นเอง) เพื่อเอาไปเปลี่ยนทดแทนตัวที่มีปัญหา ไม่แน่ใจว่าจุดนี้หมิ่นเหม่ทางศีลธรรมนะหรือเปล่า ส่วนคนที่เกิดมาแล้วก็น่าจะมีวิธีแก้ ปรับปรุงให้ดีขึ้นเช่นกัน
ให้ AI & Quantum ช่วยเราคิดค้น (ทางพืชเขามี GMO ตัดต่อพันธุกรรม)ในการเอาสิ่งโดดเด่นในสิ่งมีชีวิตมารวมเข้ากับมนุษย์ ทำให้มีตาที่มองคมมองไกลได้เหมือนอินทรีย์/เหยี่ยว ว่ายน้ำได้ดุจโลมา กระโดดสูงและถีบได้แรงแบบจิงโจ้ พรางตัวได้แบบกิ้งก่า เคลื่อนไหวได้รวดเร็วดุจเสือภูเขา ปีนป่ายได้เหมือนชิมแปนซีและแพะภูเขา อายุยืนเหมือนเต่า
ในแบบไทยๆก็อาจจะรวมในการหาเวลาตกฟากในการเกิดที่ดีร่วมด้วย
เป็นการยกระดับศักยภาพของมนุษย์ทั้งเผ่าพันธุ์ มีรูปร่างหน้าตาดี สุขภาพแข็งแรง โคตรฉลาดแบบสุด มีสภาพร่างกายที่มีสมรรถนะโดดเด่น มีโชคชะตาที่ดี ยกระดับเป็น “อภิมหามนุษย์”(Super Human Being)
คราวนี้เราก็ไม่ต้องกลัวหุ่นยนต์และAI มาแย่งอาชีพแล้วแต่อาจจะพัฒนาเป็นอาชีพใหม่ไปเลย เช่น วิศวกรและสถาปนิกที่วางแผนโครงสร้างดวงดาวใหม่ทั้งดวง นักบุกเบิกสำรวจอวกาศ ไกด์นำเที่ยวระบบสุริยะอาจจะข้ามไประบบอื่นๆอีกด้วย นักสำรวจแร่อวกาศ นักวางแผนระบบ Logistics ทั้งระบบสุริยะจักรวาล
นำ AI & Quantum คิดค้นเครื่องมือที่จะติดตามผู้เสียชีวิตไปแล้วถ่ายทอดให้เห็นเหมือนกล้อง Go Pro ว่าโลกหลังความตาย นรก สวรรค์ หรือโลกรอพิพากษาแต่ละศาสนาเป็นยังไง รวมถึงแบบที่เชื่อว่าชีวิตมีชีวิดเดียวว่าจริงๆมันเป็นยังไง ทัั้งยังเป็นการพิสูจน์บางประโยคที่เขาว่ากัน มันเป็นกลไกทางสังคมที่ใช้ในการควบคุมผู้คนให้อยู่ในระเบียบนอกจากกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาในเรื่องว่าเชื่อว่ามีจริงหรือไม่มีจริง แต่ด้วยศักยภาพของ AI & Quantum ต่อไป ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะสามารถผลิตเครื่องมือแบบนี้ออกมาได้ เอาแบบพิสูจน์ให้เห็นกันจะๆไปเลย แทนที่จะเป็นแค่เรื่องที่เราได้ยินจากคนอื่น รวมถึงผลิตเครื่องมือที่เราจะไปดูสิ่งที่เขาว่ากันว่าอยู่ในมิติคู่ขนานเข้าไปดูในมิตินั้นเลย จะได้รู้กันแบบจะจะไปเลย ไม่ว่าจะเมืองลับแล พญานาคหรือตำนานต่างๆ เอาให้เห็นดำเห็นแดงให้จริงกันไปเลย
นำ AI & Quantum มาพิสูจน์พลังจากการสวดมนต์ของไสยศาสตร์สายดำสายขาวว่ามันเป็นยังไง ทำไมบทสวด+พลังทางจิตของผู้ร่ายมนต์ มีพลัง หรือมีรูปคลื่นยังไง ตัวอักขระขณะที่สวดมีพลังยังไง เมื่อผสมกันแล้วทำไมถึงส่งผลให้เกิดรูปแบบต่างๆทางไสยศาสตร์ได้ แก้ไขด้วยวิทยาศาสตร์ได้ไหม
ถ้าเราเชื่อว่าวิญญาณ(ไม่เฉพาะคน รวมถึงสัตว์และต้นไม้ต่างๆ)เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง เป็นไปได้ไหมที่เราจะใช้ AI & Quantum ช่วยเราในการผลิตเครื่องมือที่สามารถนำพลังงานพวกนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติโดยเฉพาะพวกวิญญาณร้ายต่างๆ เท่ากันเราปรับสมดุลพลังงานลบในพื้นที่นั้นๆด้วย ทำให้เราได้พลังงานรูปแบบใหม่อีกหนึ่งประเภทขึ้นมาซึ่งเชื่อว่ามีเยอะแน่ ถ้านำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และเศรษฐกิจได้ก็น่าจะดี
ก่อนหน้านี้มันเคยมีคนเสนอเรื่องราวการโคลนนิ่งมนุษย์ เหมือนเป็นแบบเครื่องจักรและทำเป็นฟาร์มเลย ทุกคนร้องยี้ บอกน่าเกลียดและผิดศีลธรรม ไม่เหมาะสมอะไรประมาณนี้แหละ แต่ถ้ามนุษยชาติกลับมีอัตราการเกิดใหม่ที่ลดลงและประชากรน้อยลงเรื่อยๆ จนส่งผลถึงต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธ์ เชื่อว่าถ้ามันไปถึงจุดที่อันตรายที่จะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องได้รับการพิจารณาใหม่ในมุมมองที่ต่างออกไปอย่างแน่นอนในอนาคต อาจจะเป็นอนาคตอันไกล ไม่ใช่อันใกล้
มนุษย์มั่วแต่คิดอาวุธทีประหัตประหารกันบนโลก แต่อยากมองมุมอื่นบ้าง ถ้ามีเอเลี่ยนบุกดาวโลก เรามีอาวุธมหาประลัยอะไรที่จะต่อกรกับเอเลี่ยนที่มารุกรานบ้างไหม เรามีแผนที่จะใช้ดวงดาวต่างๆในระบบสุริยเป็นฐานรบหรือป้อมปราการในการต่อกรและรบกับเอเลียนบ้างไหม หรือมีการเตรียมการเรื่องสถานีอวกาศที่เป็นสถานีรบในอวกาศบ้างไหม หุ่นยนต์ที่รบได้ในอวกาศในสภาพไร้น้ำหนักรวมถึงทนอุณหภูมิและการเสียดสีแบบสูงๆ ยานบินรบที่สามารถบินได้ในอวกาศ
สิ่งที่ทำไม่ได้ในวันนี้ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะทำไม่ได้
สิ่งที่เป็นไม่ได้ในวันนี้ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะเป็นไปไม่ได้
สิ่งที่ถูกต้องในวันนี้ต่อไปก็อาจจะไม่ถูกก็ได้ เมื่อกาลเวลา บริบท สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป
สิ่งที่ไม่ถูกต้องในวันนี้ต่อไปอาจจะถูกต้องก็ได้ เมื่อกาลเวลา บริบท สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป
ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ ลองลงมือทำหรือยัง
ถ้าทำแล้วไม่ได้อีก พยายามทำสิ่งนั้นอย่างจริงจังหรือยัง
ถ้าทำแล้วคิดว่าสุดแล้วหมดแล้ว ลองฮึดที่จะทำให้เพิ่มขึ้นได้ มากขึ้นอีกหน่อยหรือยัง
ถ้ายังทำไม่ได้อีก พยามยามทำสิ่งนั้นจนถึงที่สุดของที่สุดแล้วหรือยัง
ถ้ายังทำไม่ได้อีก ลองใช้กรอบความคิดแบบนี้บ้างหรือยัง ถ้าไม่ทำครั้งนี้ต่อไปจะมีโอกาสได้ทำสิ่งนี้อีก/ต่อไปชีวิตอาจจะต้องหันเหไปทางอื่นหรือทำสิ่งอื่น ไม่มีโอกาสได้กลับมาทำสิ่งนี้อีก/ต่อไปอาจจะไม่มีชีวิตกลับมาได้ทำสิ่งนี้อีก
คุณทำถึง ถึงที่สุดหรือยัง?
*****สิ่งที่พิมพ์ทั้งหมดเป็นแค่ความคิดและจินตนาการเท่านั้น ยังไงก็อย่าได้เชื่อไปเช็คกับแหล่งข้อมูลหลายๆที่จะดีกว่า